Loading...

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กองทุนหมู่บ้านคืออะไร

กองทุนหมู่บ้านคืออะไร


กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คืออะไร?

         กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คือ แหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และบรรเทาเหตุจำเป็นเร่งด่วนของชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนทั่วประเทศ ส่งผลต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ดังนี้

(1)  ด้านสังคม เป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนในหมู่บ้าน และชุมชนเมืองสร้างแหล่งเงินของตนเอง จากการคิดเอง ตัดสินใจเอง และทำเอง เพื่อพึ่งพาตนเองในอนาคต

(2) ด้านเศรษฐกิจ มีการกระจายเงินทุนในท้องถิ่น ทำให้เกิดการสร้างงานในธุรกิจของชุมชนซึ่งเป็นรากฐานที่เข้มแข็งและยั่งยืน

(3)  ด้านการเมือง ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมเพื่อนำมาใช้ในชุมชนของตนเอง

(4)  ด้านวัฒนธรรม ทำให้เกิดความสามัคคี ความเอื้ออาทร และการกระจายความเสมอภาคในชุมชน

           กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้การกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งประเทศดีขึ้น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง  เริ่มต้นโดยการจัดแบ่งเป็นกองทุนละ 1 ล้านบาท  เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน และเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้วย

          ภูมิปัญญาของตนเองจากนั้นรัฐบาลจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฝึกอบรมความรู้ในด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน โดยเรียกตัวเองว่า  ประชารัฐ  เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการบริหารการจัดการกับกองทุนที่ได้รับมานี้อย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น  ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชนนี้ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนต่อไป

          ทั้งนี้ผลสำเร็จของการกระทำต้องเกิดจากความช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกันแก่กองทุนสมาชิก  โดยอาศัยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันตามวิถีชุมชน และวัฒนธรรมระหว่างกัน  เพื่อให้เกิดการยกระดับของกองทุนให้มีความเท่าเทียมกัน จากการอยู่รอด สู่การกินดีและอยู่ดี.

เพิ่มเติม


         สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ต้องไม่รีบเร่งดำเนินการเพียงเพื่อให้หมู่บ้านได้รับเงินล้านตามๆ กันไป การให้ชุมชนค่อยๆ เรียนรู้กระบวนการพัฒนา โดยการศึกษาจากหมู่บ้านต้นแบบเพื่อมาประกอบการเตรียมความพร้อมในชุมชนตนเอง จะทำให้เกิดประโยชน์มากกว่า

        ด้วยความคิดดังกล่าว สำนักงานกองทุนเพื่อสังคมจึงได้มอบหมายให้ทีมงานศึกษาหมู่บ้านนำร่องลงพื้นที่เก็บข้อมูล หลังจากลงไปสัมผัสพื้นที่ในหลายๆ จังหวัด พบว่า หมู่บ้านที่เหมาะสมสำหรับการเป็น “หมู่บ้านต้นแบบ” มีจุดร่วมซึ่งเป็นจุดแข็ง ต่างๆ ดังนี้


1. มีพัฒนาการที่เริ่มต้นมาจากชุมชน

           หมู่บ้านที่ริเริ่มการพัฒนาด้วยความพยายามจากกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของชุมชนเอง โดยการสนับสนุนจากภายนอกเป็นเพียงแรงเสริม เป็นหมู่บ้านที่มีรากฐานมั่นคงไม่สั่นคลอนง่ายต่อปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ หมู่บ้านที่มีคุณสมบัตินี้เหมาะสมในการเป็นแบบอย่างให้กับหมู่บ้านอื่นๆ มากกว่าหมู่บ้านที่เริ่มต้นด้วยการอัดฉีดกระบวนการและทรัพยากรจากภายนอก


2. มีผู้นำที่โดดเด่นและหลากหลาย

          ผู้นำชุมชนเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนา หมู่บ้านที่มีผู้นำโดดเด่นทั้งด้านความคิดและการลงมือปฏิบัติ จะเป็นศูนย์รวมของความเชื่อมั่นของคนในชุมชน สามารถสร้างความสามัคคีได้ดี

ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้นำที่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความพยายามที่จะกระตุ้นและเปิดโอกาสให้ผู้นำในลำดับรองๆ ลงมาได้แสดงบทบาท ความรับผิดชอบ อันเป็นจุดเริ่มที่ทำให้กระบวนการพัฒนาก้าวหน้าขึ้น


3. กลุ่มกิจกรรมต่างๆ มีประสบการณ์

            ความสามารถในการวมกลุ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนา กลุ่มที่ตั้งมานานจะมีประสบการณ์ทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จมาก่อน กว่าที่จะสามารถพัฒนากลุ่มให้มีทิศทาง และรูปแบบที่ตอบสนองความ

          ต้องการของชุมชนตนเองได้ มิใช่ลอกเลียนแบบจากที่อื่นมาใช้อย่างฉาบฉวย โดยมิได้วิเคราะห์และปรับให้เหมาะกับสภาพการณ์ตนเอง


4. มีประสบการณ์ในการบริหารกองทุน

          สิ่งสำคัญประการหนึ่งสำหรับการเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ดี คือ ความสามารถในการบริหาร
กองทุน หมู่บ้านที่มีประสบการณ์ในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และได้พัฒนาระบบการจัดการ
การเงินการบัญชีจนชัดเจนโปร่งใสแล้ว จะสามารถปรับประสบการณ์นี้มาใช้ในการบริหาร
การเงินกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท ได้ไม่อย่างไม่ยากเย็น

5. มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจชุมชน

           ชุมชนไหนชาวบ้านรวมตัวกันทำธุรกิจชุมชน มีการระดมหุ้น ระดมเงินออม หรือขายผลผลิตร่วมกันมาก่อน รู้จักวิธีรวมตัว ต่อรอง เป็นชุมชนที่เชื่อมั่นได้ว่าจะมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี

6. มีรูปธรรมของการพัฒนา

           หมู่บ้านที่มีกิจกรรมเป็นรูปธรรมชัดเจน มีการเก็บหลักฐานเอกสารอย่างเป็นระบบ เหมาะที่จะเป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพราะสามารถแสดงให้ชาวบ้านจากที่อื่นๆ ที่ต้องการมาศึกษาเรียนรู้ สามารถเข้าใจได้ง่าย มีประเด็นในการแลกเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดเจน จนนำไปสู่การปฏิบัติได้ง่าย

7. มีความพร้อมใจ และยินดีเสียสละเวลา

           ประเด็นสำคัญในการเลือกหมู่บ้านนำร่องอีกประการหนึ่ง คือ ชุมชนต้องยินดีโดยเฉพาะผู้นำซึ่งอาจต้องเสียสละเวลาต้อนรับผู้มาเยือนและพร้อมที่จะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ในหมู่บ้านของตนให้กับชุมชนอื่นเข้าใจด้วยความเต็มใจ


วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ขั้นตอนการเปิดร้านทำป้ายประเภทต่างๆ


ขั้นตอนการเปิดร้านทำป้ายประเภทต่างๆ

ร้านป้ายสวยเป็นแหล่งรวบรวมป้ายสำเร็จรูปที่มี Design มากที่สุดมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เช่น ป้ายห้องน้ำ สวยๆ เก๋ๆ และมี Style ทั้งหลาย ป้ายบ้านเลขที่ ที่มีลุกเล่นโดดเด่น และป้ายสำเร็จรูปอื่นๆอีกมากมายที่สามารถนำไปใช้สำหรับประดับตกแต่งร้านอาหาร บ้าน ออฟฟิตและสถานที่ต่างๆ ให้ดูดีมี Style หรือจะเป็นของขวัญในเทศกาลโอกาสต่างๆ รับรองถูกใจผู้รับแน่นอน

สินค้าทุกชิ้นของทางร้านเป็นสินค้า Limited Edition ไม่สามารถหาซื้อที่อื่นๆได้ และทางร้านยังรับสั่งผลิตป้ายทุกชนิดอีกด้วย
เน้นทำเลให้เข้าใกล้กลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เช่น ภายในห้างสรรพสินค้า, AVENUE,CONVENIENT STONE, HOME PRO, HOME WORK, ไทวัสดุ, บุญถาวร, DO HOME, และอื่นๆ ที่ขายสินค้าตกแต่งบ้านและวัสดุ ซึ้งจะทำให้ลูกค้าติดต่อได้สะดวกสบายกว่า
ลักษณะกิจการ จำหน่ายป้ายสำเร็จรูป, บริการงานป้ายโฆษณา

ชื่อธุรกิจ (ไทย) ร้านป้ายสวย บาย วายเน็กซ์ซายน์
ชื่อธุรกิจ (อังกฤษ) Manysigns Shop By wynexsign
ปีที่ก่อตั้ง พ.ศ. 2550
ความเป็นมา
บริษัทมีประสบการณ์ด้านการดำเนินธุรกิจป้ายมานาน ผู้บริหารและทีมงานครบครัน, มีโรงงานผลิตป้ายของบริษัทเอง มีประสบการณ์ด้านงานป้ายมากกว่า 20 ปี และมีผลงานการผลิตในท้องตลาดมากมายจนเป็นที่ยอมรับของวงการต่างๆ

ลักษณะสินค้าและบริการ
เป็นร้านป้ายหนึ่งเดียวในท้องตลาดที่ตกแต่งให้ดูน่าสนใจ สวยงาม พร้อมตัวอย่างสวยๆ มากมาย พร้อมให้ลูกค้าเข้าชม และมีสินค้าสำเร็จรูปที่มี Design ให้เลือกมากมาย และแบบมากที่สุดในท้องตลาดพร้อมรับสั่งทำป้ายทุกชนิด
และยังแตกต่างจากท้องตลาดมี Design ใหม่ๆ ตลอด (สินค้าไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน)

ประเทศ Thailand
กลุ่มประเทศ ASEAN Economic Community (AEC)
ค่าแฟรนไชส์ 98,000 บาท
จำนวนสาขา 3 สาขา
รายละเอียดสาขา
สาขาถ.นวลจันทร์ 60 กรุงเทพฯ
สาขาไทวัสดุ สุขาภิบาล 3 กรุงเทพฯ
สาขาไทวัสดุ บางนา กรุงเทพฯ
นโยบาย
การขยายสาขา
ขายแฟรนไชส์ / เปิดสาขาของบริษัทเอง
การลงทุน มี 2 รูปแบบได้แก่
เปิดร้านป้ายสวย เงินลงทุนมัดจำร้านป้ายสวย ขนาด 3.2 x 3.2 ม. (ขายปลีกและรับทำป้ายครบวงจร) พร้อมสินค้าตัวอย่างครบครัน งบประมาณ ลงทุนมัดจำร้าน 150,000 .- (ไม่รวมมูลค่าสินค้าป้ายสำเร็จรูปต่างๆ สำหรับเอาไว้ขายปลีกหรือขายส่ง)
พร้อมจ่ายค่าเช่าร้านป้ายสวย 4,000 .- / เดือน ชำระล่วงหน้า 3 เดือน (ไม่รวมค่าเช่าทำเลที่ตั้ง)
ระยะสัญญาค่าเช่าทำธุรกิจ (Business Partner) ต่อทุกๆ 2 ปี
เงินมัดจำร้านสามารถคืนได้ในกรณีที่หมดสัญญาและผู้เช่า (Business Partner)
ไม่ประสงค์จะทำธุรกิจต่อ แต่จะหักค่าเสื่อม 10% และหักค่าความเสียหายของทรัพย์สิน (ถ้ามี) โดยการประเมินจากทางบริษัทตามความเป็นจริง
ซื้อสินค้าป้ายสำเร็จรูปต่างๆไปขายปลีกได้รับ ส่วนลด 35 – 40 % (รับสินค้าไปขายอย่างเดียว, ไม่สามารถรับสั่งทำป้ายได้)
พร้อมสนับสนุนสินค้า Design ใหม่ๆ ให้ตลอด
ลงทุนเริ่มต้นที่ ประมาณไม่เกิน 20,000 .- (ค่าสินค้า) ก็เริ่มธุรกิจได้แล้ว
ลูกค้าหาทำเลขายเอง/ หรือมีสินค้าอยู่แล้ว
ระยะเวลาคืนทุน อยู่ที่ความสามารถและ Vision ของผู้ประกอบการเอง
คุณสมบัติ
ผู้ลงทุน
มีทำเลร้านค้า Booth, Kiosk หรือ ช่องทางขายหรือช่องทางกระจายสินค้าต่อกลุ่มเป้าหมาย (ทั่วประเทศ)

สิ่งที่แฟรนไชส์ซี่
จะได้รับ
ดูแลทำธุรกิจร่วมกันเปรียบเสมือนเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ (Business Partner)
ปรับปรุงสินค้า Design ใหม่ๆ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเจริญก้าวหน้าของบริษัท
ให้สิทธิ์ขยายเขตการขายแต่ผู้เดียวตามศักยภาพและความเหมาสม
ทีมการตลาดคอยดูแลและให้คำแนะนำตลอด
อื่นๆ
เป็นธุรกิจที่มีตลาดกว้างมาก / มีโอกาสสร้างรายได้สูงมาก ไม่มีข้อจำกัด จากการรับสั่งทำป้ายและจำหน่ายป้ายสำเร็จรูป
มีสินค้าป้ายสำเร็จรูปมากมาย, ให้จำหน่ายเป็นรายได้และมี Design ใหม่ๆ ออกตลาดอยู่เสมอ สินค้าไม่เหมือนใคร
สามารถขยายตลาด โดยกระจายสินค้าในหลายๆ จุดโดยขายส่งให้กับผู้ค้าปลีกหรือเป็นจุดขายย่อยๆ เองในพื้นที่จังหวัดที่ท่านได้รับการแต่งตั้ง
มีตัวอย่างป้ายให้ลูกค้าเลือกชมและตัดสินใจซื้อซึ่งไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้

ทำธุรกิจขายสินค้าผลิตภัณฑ์จากกล้วย


ทำธุรกิจขายสินค้าผลิตภัณฑ์จากกล้วย

พูดก็พูดนะครับ ถ้าใครมีหัวเรื่องการทำของกินเนี่ย ทำให้ต้นทุนไม่เเพงเเล้วอร่อยนะครับ ขายยังไงก็อยู่ได้ครับพี่น้อง
กล้วยตากอาหารพื้นบ้านของคนไทย ที่สามารถหากินกันได้ในทุกภาค และด้วยรสชาติ และคุณประโยชน์ที่มีต่อร่างกายทำให้กล้วยได้รับความนิยม แต่สำหรับวัยรุ่นแล้ว การกินกล้วยเป็นเรื่องที่ล้าสมัย ดังนั้น ผู้ประกอบการกล้วยตากจังหวัดพิษณุโลก จึงได้เกิดไอเดียทำกล้วยตากเคลือบชอกโกแลตออกมาจำหน่าย

สำหรับกล้วยตากเคลือบชอกโกแลต แบรนด์ “TAI TAI” ของ นายศิริ วนสุวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริวานิช (เอส แอนด์ ดับเบิ้ลยู จำกัด) จังหวัดพิษณุโลก เป็นโรงงานทำกล้วยตากที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 10 ปี กล้วยที่ทางโรงงานเลือกใช้เป็นกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่องไส้ขาว เป็นกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์ดีที่ทางโรงงานได้พัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมาให้ดีกว่าเดิม เพื่อนำมาทำกล้วยตาก ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเป็นหลัก


นางสาวนิตยา มูลทรัพย์ เจ้าหน้าที่ของโรงงาน เล่าว่า ทางโรงงานได้แปรรูปกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ในหลากหลายรูปแบบประกอบด้วย กล้วยตาก กล้วยอบกรอบ กล้วยอบนิ่ม กล้วยม้วน กล้วยอบกรอบสอดไส้มะขาม กล้วยดองในน้ำหวาน น้ำหวานกล้วย (บานาน่าไซรัป) ฯลฯ และหลังจากนั้น เจ้านายเกิดความคิดว่า จะทำอย่างไรให้วัยรุ่นหันมาสนใจกล้วยตาก จึงได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพื่อศึกษาความชอบของวัยรุ่นในต่างประเทศชอบกินอะไรกัน และพบเห็นว่าวัยรุ่นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ชอบกินชอกโกแลต จึงได้ทดลองทำสูตร กล้วยอบนิ่ม และกล้วยอบกรอบ เคลือบชอกโกแลต ออกมาขายควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์กล้วยอื่นๆ

โดยการเคลือบชอกโกแลตจะใช้น้ำหวานกล้วยเข้มข้นแทนน้ำตาล ทำให้ชอกโกแลตไม่ละลาย แม้ไม่ได้อยู่ในตู้เย็น ทำให้ไม่มีปัญหากรณีต้องส่งสินค้าไปต่างประเทศ และน้ำหวานกล้วยยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นความหวานตามธรรมชาติที่ช่วยให้กระปี่ กระเปร่า โดยเฉพาะคนเป็นโรคเบาหวานกินได้ไม่เป็นอันตราย ซึ่งตลาดหลักของเราจะส่งออกไป ประเทศรัสเซีย และญี่ปุ่น ลูกค้าให้การตอบรับดี

สำหรับกล้วยของโรงงานจะมีจุดเด่น อีกอย่างหนึ่ง คือ บรรจุภัณฑ์ ทางบริษัทให้ความสำคัญ เพราะช่วยยกระดับกล้วยตากให้ดีขึ้น จากเดิมเป็นเพียงสินค้าพื้นบ้าน ซึ่งการออกแบบกล่อง เราจะมีให้เลือกหลายขนาดเพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกทั้ง กล่องใหญ่ กลาง และเล็ก ภายในกล่องมีซองเล็ก แต่ละซองจะบรรจุกล้วยสองลูก ซึ่งราคาขายส่งต่างประเทศจะคิดเป็นซอง ๆละ 40 บาท (กล้วย 2 ลูก) ส่วนราคาขายในประเทศไทย ขายเป็นกล่อง กล่องใหญ่ขนาด 320 กรัม ราคา 110 บาท ขนาดกลาง 130 กรัมราคา 70 บาท ส่วนกล้วยตากธรรมชาติที่ไม่เคลือบชอกโกแลตขายกล่องละ 90 ขนาด ขนาด 320 กรัม ส่วนราคาน้ำหวานกล้วยเข้มข้น ผลิตออกมาขนาดเดียว 200 มิลลิลิตร ราคา 220 บาท

สำหรับน้ำหวานกล้วยเข้มข้น ได้จากกระบวนการอบแห้งกล้วยตากในโรงเรือน โดยใช้พลังแสงอาทิตย์ ควบคุมการผลิตที่อุณหภูมิไม่เกิน 75 องศาเซลเซียส ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายหรือน้ำผึ้ง สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมเครื่องดื่ม ทั้งร้อนและเย็น ทาขนมปังแทนน้ำตาล น้ำผึ้ง ซึ่งกล้วยน้ำหวานเข้มข้น มีราคาแพง เพราะน้ำหวานที่ได้จากการตากกล้วยครั้งหนึ่งได้ปริมาณไม่มาก ปัจจุบันมีวางขายเพียงแค่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะส่งออกไปยังประเทศไต้หวัน และจีน เพราะตลาดในเอเชียเริ่มรู้จักกล้วยน้ำว้ามากขึ้น และเห็นถึงประโยชน์และคุณค่าทางอาหารของกล้วยน้ำว้าที่มีมากกว่า กล้วยอื่นๆ ประกอบกับรสชาติอร่อยไม่แพ้ กล้วยไข่ หรือ กล้วยหอมตลาดในเอเชีย อย่างจีนและไต้หวันจึงหันมาให้ความสนใจกับกล้วยน้ำว้ามากขึ้น ซึ่งในระยะหลังผู้ประกอบการเองมีการส่งออกกล้วยน้ำว้า ในรูปของกล้วยตากมากขึ้น ในขณะที่ตลาดเมืองไทย การแปรรูปในรูปของกล้วยตาก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าโอทอป ที่วางขายตามสถานที่ท่องเที่ยว

สำหรับในส่วนของตลาดในเมือง อย่างในห้างสรรพสินค้า ยังมีอยู่น้อยมาก เพราะคนไทยเองก็มองกล้วยน้ำว้า หรือกล้วยตากเป็นอาหารพื้นบ้าน ราคาถูก ยิ่งเด็กรุ่นใหม่ มองการกินกล้วยตากเป็นเรื่องล้าสมัย ดังนั้น อาศัยช่องว่างทางการตลาดในห้างสรรพสินค้า ทำการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และปรับปรุงสูตรกล้วยในรูปแบบต่างๆ เชื่อว่า การทำตลาดกล้วยตากในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคนไทยเองรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของกล้วยน้ำว้าอยู่แล้ว ในส่วนของเราเอง สำหรับกล้วยเคลือบชอกโกแลตได้รับผลตอบรับจากคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นคุณประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า และชื่นชอบในบรรจุภัณฑ์ ซื้อกินกัน

ในส่วนของขั้นตอนการผลิตของโรงงานจะมี 2 ส่วน คือ การผลิตด้วยวิธีธรรมชาติตากแดด โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรือน เพื่อให้ได้น้ำหวานกล้วยดังที่กล่าวมาข้างต้น และส่วนที่สอง เป็นกล้วยอบด้วยเครื่องอบ เพราะสามารถทำตอนไหนก็ได้ไม่ต้องรอแดด โดยทุกขั้นตอนการผลิตของโรงงานเราได้มาตราฐาน GMP และ HACCP

สำหรับในส่วนของของวัตถุดิบมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และทางโรงงานจะรับซื้อในราคายุติธรรม เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในจังหวัดพิษณุโลกได้มีรายได้อีกทางหนึ่ง แต่ต้องเป็นสายพันธุ์มะลิอ่องเท่านั้น เพราะเป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นหอม ลูกค้าในต่างประเทศจะชื่นชอบ แต่ด้วยบางครั้งเราใช้ผลผลิตครั้งละจำนวนมาก บางส่วนก็ต้องทำแปลงปลูกขึ้นมาเองด้วย
โทร. 055-268-038 ,www.banana-tai-tai.com
ของคุณบทความ จากผู้จัดการครับ

เปิดร้านทำสติกเกอร์แต่งลายรถ


เปิดร้านทำสติกเกอร์แต่งลายรถ

จัดเป็นธุรกิจนี่มีความน่าสนใจครับอย่างน้อยก็สร้างจุดที่ว่าความเเตกต่างจากผู้คู่เเข่งโดยส่วนตัวผมขนาดตลาดมันยังไม่กว้างมากตอนนี้เเต่ระยะยาวผมว่าน่าสนใจครับ อย่างน้อยถ้าคุณสามารถออกเเบบตัวสติกเกอร์ได้ก็ถือว่าได้เปรียบคู่เเข่งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดี่ยวกัน
นางสาวธันยพัฒน์ แสงไทย เจ้าของร้าน Sticker Makeover เล่าว่า ทำสติกเกอร์แต่งสีรถได้ประมาณ 2 ปี จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวขายอุปกรณ์แต่งรถอยู่แล้ว เดิมคุณพ่อขายอุปกรณ์ และทำสีรถให้กับรถแข่ง และได้ลูกค้าที่ชอบรถแข่ง และชื่นชอบลวดลายและสีรถแข่งในสนามก็แต่งตามรถแข่ง โดยทีมรถแข่งที่คุณพ่อออกแบบและทำสีรถให้แนะนำให้มาแต่งรถกับเราทำให้คุณพ่อมีลูกค้า นอกเหนือจากการทำสีรถแข่งในสนาม และยึดอาชีพการขายอุปกรณ์และแต่งรถตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันทีมรถแข่งก็ยังคงใช้บริการของคุณพ่ออยู่ในส่วนของการแต่งสีรถ และจากการทำสีก็เปลี่ยนมาเป็นสติกเกอร์แทน

ในส่วนของ Sticker Makeover เป็นร้านแยกตัวมาทำเอง เปิดให้บริการอยู่ที่ถนนติวานนท์ ห้าแยกปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นการใช้สติกเกอร์แต่งสีรถ เป็นหลัก สติกเกอร์ที่ใช้เป็นสติกเกอร์ที่มีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเลือกใช้ยี่ห้อ 3M และ Oracal จากประเทศเยอรมนี เพราะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือในมาตรฐาน แต่ถ้าขายดีก็ยังคงเป็น 3M เพราะลูกค้ารู้จักเชื่อมั่นในคุณภาพมานานกว่า ซึ่งปัจจุบันทั้งสองแบรนด์ผลิตในประเทศจีนและตัวแทนจำหน่ายก็นำเข้ามาจากประเทศจีน
สำหรับการแต่งรถด้วยสติกเกอร์ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เริ่มจากการ Warp สติกเกอร์ทั้งคัน การแต่งสติกเกอร์ หุ้มเคฟลาร์ และที่นิยมในตอนนี้ก็ต้องเป็นสติกเกอร์บอมบ์ BOMB หรือถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนสีรถ แต่ต้องการเคลือบสีรถ มีสติกเกอร์สีใสสำหรับป้องกันรอยขีดข่วน และป้องกันสีรถไม่ให้ซีดจางโดยที่สีรถไม่เปลี่ยน ซึ่งในส่วนของสติกเกอร์จะมีแบบใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหมือนเป็นสินค้าแฟชั่น เมื่อมีแบบใหม่ออกมา และมีรถนำมาติดออกไปวิ่งตามท้องถนน คนเห็นก็จะมาทำตาม

“ การเปลี่ยนสีรถแบบสติกเกอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าจะรู้จักการให้บริการตรงนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการก็จะแนะนำสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ลูกค้าหันมาให้ความสนใจและเปลี่ยนสีรถโดยใช้สติกเกอร์กันมากขึ้น เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าทำสีมากกว่า 50% อย่างการเปลี่ยนสีรถทั้งคันด้วยการ Warp ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท แต่การแต่งลายรถอยู่ในหลักพันบาทเท่านั้น คนหันมาสนใจแต่งลายรถสติกเกอร์กันมากขึ้น และที่สำคัญไม่ทำให้สีรถเสียหาย”

นางสาวธันยพัฒน์บอกกับเราว่า ในปีนี้ถือว่า สติกเกอร์เปลี่ยนสีรถได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโครงการรถคันแรก และมีรถซิตี้คาร์ รถเล็กออกมามาก และรถเล็กพอแต่งแล้วจะดูโดดเด่น ส่วนใหญ่รถเล็กที่ออกมาจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งชอบการแต่งรถอยู่แล้ว เมื่อรถยี่ห้อไหน ออกรถใหม่มาจะมีรถยี่ห้อนั้นมาติดกันเยอะ ในส่วนของแบบ ส่วนใหญ่ดูแบบมาจากการแต่งรถในต่างประเทศ ซึ่งเราเองดูแบบมาจากต่างประเทศเช่นกัน และตัวแทนจำหน่ายก็จะมีสติกเกอร์ในแบบที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมานำเสนอ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็จะให้เราช่วยแนะนำและออกแบบให้มากกว่า

สำหรับอายุการใช้งานของสติกเกอร์อยู่ได้ประมาณ 2-5 ปีแล้วแต่คุณภาพ แต่เนื่องจากเป็นสินค้าแฟชั่น ลูกค้าจะติดได้ไม่เกิน 2-5 เดือน ก็นำมาเปลี่ยนลาย ทำให้ร้านสติกเกอร์ที่เปิดให้บริการจำนวนมากมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการอยู่เรื่อย ในส่วนของ Sticker Makeover มีลูกค้าประจำอยู่ค่อนข้างมาก เมื่อมีลายใหม่มาเราก็จะนำเสนอลูกค้า และทางร้านยังเปิดให้บริการแต่งรถมอเตอร์ไซค์ด้วย ส่วนแบบสติกเกอร์ลายรถนั้น ปีหนึ่งทางผู้ผลิตมีแบบใหม่ให้เลือกมากกว่า 20-30 แบบ ทำให้ร้านเรามีแบบใหม่มานำเสนอลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการอยู่เรื่อย
ส่วนขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่อาจจะต้องทำในห้องปรับอากาศเพื่อป้องกันฝุ่น

 การติดสติกเกอร์คันหนึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วแต่ความยากง่าย และขนาดของรถ ส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวันประมาณ 2-3 คัน การแข่งขันในธุรกิจนี้อยู่ที่ความประณีต และความละเอียดในการทำงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่ดี และถูกใจลูกค้า ปัจจุบันความนิยมในการทำสติกเกอร์แต่งลายรถไม่ได้มีเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ในตลาดต่างจังหวัดก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
โทร. 08-4095-5941, www.stickermakeover.com
ที่มา ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9550000137825

การเปิดร้านปุ๋ยเคมีเกษตร


การเปิดร้านปุ๋ยเคมีเกษตร

ผู้ประกอบการร้านค้าทุกรายต้องมีใบอนุญาต และปฏิบัติตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 พรบ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และ พรบ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518
หน้าที่ผู้ประกอบการร้านค้า


1. ผู้ประกอบการร้านค้าทุกราย ต้องมีใบอนุญาตของกรมวิชาการเกษตรในการขายสารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ผู้ใดขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ผู้ใดขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
( วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ในปี 2547 มี 96 ชนิด มีชื่อสามัญ เช่น methamidophos endosulfan และ parathion methyl เป็นต้น )
3. ร่วมมือกับภาครัฐ โดยซื้อสินค้าจากบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ต้องผ่านการจดทะเบียนรับรองจากกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งจัดสถานที่เก็บสารเคมี อย่างถูกต้องเหมาะสม

4. ผู้ขายสารเคมีทุกราย ต้องมีใบประกาศนียบัตรของกรมวิชาการเกษตร โดยผ่านการฝึกอบรมความรู้ด้านวัตถุอันตรายสามารถให้ความรู้แก่เกษตรกรได้
5. ทุกครั้งที่ขายสารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ต้องให้ข้อมูลตามฉลากที่กรมวิชาการเกษตรรับรอง หรือใช้ภาษาที่เกษตรกรเข้าใจง่าย เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

การขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาตวัตถุอันตราย ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช
หลักฐานผู้ประกอบการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร

1.สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. สำเนาใบประกาศอบรมวัตถุอันตราย
ผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตราย ทางการเกษตร
5. แบบคำขอ วอ.7
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 (ต้องเซ้นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ)
หลักฐานผู้ประกอบการขายปุ๋ยเคมีหรือมีไว้ขาย
1.สำเนาบัตรประชาชน
2.สำเนาทะเบียนบ้าน
3.สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. แบบคำขอ ปค.1
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
หลักฐานผู้ประกอบการขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม
1.สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. แบบคำขอ พพ.1
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
สหกรณ์
1. ใบสำคัญจดทะเบียนสหกรณ์
2. หนังสือรับรองผู้มีอำนาจลงนาม
3. สำเนาบัตรผู้มอบอำนาจ
4. สำเนาบัตรผู้รับมอบอำนาจ
5. หนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท/ชุด
6. หนังสือรับรองสถานที่ตั้งสหกรณ์
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
นิติบุคล
1. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน หจก.
2. หนังสือรับรองการจดทะเบียน หจก.
ผู้มีอำนาจลงนาม
3. รายละเอียดวัตถุประสงค์
4. สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม

-หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท/ชุด – สำเนาบัตรผู้รับรองอำนาจ
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
ค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาต
ผู้ประกอบการร้านค้า ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตทุกปีที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร
ปุ๋ยเคมี 100 บาท / ฉบับ / ปี
พันธุ์พืช 100 บาท / ฉบับ / ปี
วัตถุอันตราย 500 บาท / ฉบับ / ปี
กรณีให้ส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์ เพิ่มค่าลงทะเบียน 30 บาท ติดต่อด้วยตนเอง หรือ ส่งหลักฐานพร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทร.0-5531-1991,
โทรสาร 0-5531-1406 หรือ 0-5531-1407

กรณีให้ส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์ เพิ่มค่าลงทะเบียน 30 บาท ติดต่อด้วยตนเอง หรือ ส่งหลักฐานพร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทร.0-5531-1991, โทรสาร 0-5531-1406 หรือ 0-5531-1407

หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
โทร 0-5531-1991 ,0-5531-14061
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
* จังหวัดพิษณุโลก
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
Tel:0-5531-1991 Fax:0-5531-1406,
0-5531-1407
หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
โทร 0-5531-1991 ,0-5531-14061
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
* จังหวัดพิษณุโลก
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
Tel:0-5531-1991 Fax:0-5531-1406,
0-5531-1407
ศูนย์วิจัยพืชไร่พิษณุโลก ต.วังทอง อ.วังทอง
จ.พิษณุโลก 65130Tel: 0-5531-1888
Fax: 0-5531-1368
*จังหวัดอุตรดิตถ์
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ส่วนแยก วิจัยวัตถุมีพิษ อุตรดิตถ์
ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 53130
Tel: 0-5543-6317 Fax: 0-5543-6318
*จังหวัดเพชรบูรณ์
ศูนย์วิจัยพืชไร่เพชรบูรณ์ ต.สะเดียง
อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
Tel: 0-5672-1507 Fax: 0-5672-0687
ศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบูรณ์ ( เขาค้อ )
ต.สะเคาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
Tel: 0-5681-0024 Fax: 0-5681-0025
*จังหวัดพิจิตร
ศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ต.โรงช้าง อ.เมือง
จ.พิจิตร 66000
Tel: 0-5699-0037 Fax: 0-5661-2351
*จังหวัดตาก
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตตาก อ.เมือง จ.ตาก 63000
Tel: 0-5551-2131 Fax: 0-5551-4034
*จังหวัดสุโขทัย
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตสุโขทัย ( ศรีสำโรง ) อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 Tel: 0-5568-1384 Fax: 0-5568-1385
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
*หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ
* เขตภาคเหนือตอนล่าง
ส่งหลักฐานทางไปรษณีย์ถึงสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
มีปัญหาติดต่อสอบถามได้ที่
หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ
* www.doa.go.th
* สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร
Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535
* สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
Tel: 0-5531-1991 Fax: 0-5531-1406
E-mail: oard2 .com

ขั้นตอนการเปิดร้านขายยา

ขั้นตอนการเปิดร้านขายยา


ขั้นตอนการเปิดร้านขายยาแผนโบราณ
พรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒

พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.๒๕๔๒
มาตรา ๔ การประกอบโรคศิลปะ หมายความว่า..การประกอบวิชาชีพที่กระทำหรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์ เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ แต่ไม่รวมถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นๆ

การแพทย์แผนไทย หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะตามความรู้หรือตำราแบบไทย
ที่ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาหรือตามการศึกษาจากสถานศึกษาที่คณะกรรมการรับรอง
เวชกรรมไทย หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด หรือการป้องกันโรค

ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
เภสัชกรรมไทย หมายความว่า การกระทำในการเตรียมยา การผลิตยา การประดิษฐ์ยาการเลือกสรรยา การควบคุมและการประกันคุณภาพยา การปรุงยาและการจ่ายยาตามใบสั่งยา ของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และการจัดจำหน่ายยาตามกฎหมายว่าด้วยยาทั้งนี้ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย

การผดุงครรภ์ หมายความว่า การตรวจ การบำบัด การแนะนำ และการส่งเสริมสุขภาพหญิงมีครรภ์การป้องกันความผิดปกติในระยะตั้งครรภ์และระยะคลอด การทำคลอด การดูแลและส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารกในระยะหลังคลอด ทั้งนี้ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะตามการศึกษาจากสถานศึกษษที่คณะกรรมการรับรอง และใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและบำบัดโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้ประกอบโรคศิลปะ หมายความว่าผู้ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการวิชาชีพ
มาตรา ๕ การประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้แบ่งออกเป็นสาขาต่างๆดังนี้

๑. สาขาการแพทย์แผนไทย ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภ์ และการแพทย์แผนไทย
ประเภทอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
๒. สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์
๓. สาขากายภาพบำบัด
๔. สาขาเทคนิคการแพทย์
๕. สาขาอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

การทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา


การทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา

พูดถึงโรงเรียนกวดวิชาเนี่ย ถ้า ทำดีมีชื่อเสียงเเละมีอาจารย์ดีมาสอน มีสถานที่ดีๆ รับรองไ้ด้ครับรอรับเงินอย่างเดียวเลยครับพี่น้องผองเพื่อน

เนื่องจากปัจจุบันมีโรงเรียนกวดวิชาเกิดขึ้นมากมายในจังหวัดลพบุรี  มีทั้งที่เปิดถูกต้องตามกฎหมายและที่เปิดไม่ถูกต้อง เพราะผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสำคัญกับโรงเรียนกวดวิชามากขึ้น  มีผู้ปกครองบางท่านลงทุนเหมารถตู้ให้บุตรหลานเข้าไปเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มี โรงเรียนกวดวิชาเป็นโรงเรียนเอกชนตามมาตรา 15(2)


        ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต1 มีโรงเรียนเอกชนมาตรา 15(2)ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 ที่ขออนุญาตเปิดถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 54 โรงเรียน ดังนี้

ประเภทกวดวิชา
1.โรงเรียนกวดวิชาสหวิทย์
2.โรงเรียนกวดวิชานารายณ์บัณฑิต
3.โรงเรียนกวดวิชาเสริมหลักสูตร อำนวย
4.โรงเรียนกวดวิชาเสริมหลักสูตรวิชัย
5.โรงเรียนกวดวิชาดาวตะวัน
6.โรงเรียนกวดวิชาเอกคณิต
7.โรงเรียนกวดวิชาเอราวัณ
8.โรงเรียนกวดวิชาและภาษารศิน
9.โรงเรียนกวดวิชาบ้านความรู้
10.โรงเรียนกวดวิชาวัชริศ
11.โรงเรียนกวดวิชาจักรดาว
12.โรงเรียนกวดวิชารักเรียน
13.โรงเรียนกวดวิชากนกพรรณ
14.โรงเรียนกวดวิชาฟิสิกส์สุพัตรา
15.โรงเรียนกวดวิชาสระแก้ว
16.โรงเรียนกวดวิชาอมรชัย
17.โรงเรียนกวดวิชาสุกัญญา
18.โรงเรียนกวดวิชาไพรัช
19.โรงเรียนกวดวิชาทองทิพย์วิทยา
20.โรงเรียนกวดวิชากรุงเทพฯบัณฑิต
21.โรงเรียนกวดวิชา ณ แมน
22.โรงเรียนกวดวิชาภาษาวาทินี
23.โรงเรียนกวดวิชาแสงตะวัน
24.โรงเรียนกวดวิชาภัทรภรลพบุรี
25.โรงเรียนกวดวิชาวัชรปัญญา
26.โรงเรียนกวดวิชาอาจารย์เก็ท
27.โรงเรียนกวดวิชาเลิศวิทย์
28.โรงเรียนกวดวิชาพิชรี
29.โรงเรียนกวดวิชาบ้านแสนรัก
30.โรงเรียนกวดวิชาวิชญาพร
31.โรงเรียนกวดวิชาวิทย์คณิต
32.โรงเรียนกวดวิชารัชนี
ประเภทศิลปและอาชีวศึกษา
33.โรงเรียนดนตรีสุจินดา
34.โรงเรียนเสริมสวยเกศไพบูลย์
35.โรงเรียนสอนตัดเสื้อจุฑาทิพย์
36.โรงเรียนคอม ฯและภาษาลพบุรี
37.โรงเรียนลพบุรีการแพทย์แผนไทย
38.โรงเรียนศรีวิจิตรพิมพ์ดีด
39.โรงเรียนเสริมสวยกัลยา
40.โรงเรียนเชาวลิตคอมพิวเตอร์
41.โรงเรียนบ้านรำไทย
42.โรงเรียนนงนุชพิมพ์ดีด
43.โรงเรียนนวัตกรรมเทนนิส
44.โรงเรียนวิทยาศาสตร์ชีวิตและศิลปะ
45.โรงเรียนสอนภาษาปรียากุล
46.โรงเรียนพิชญะการดนตรี
47.โรงเรียนภาษาหัวเต๊อะวิทยา
48.โรงเรียนศิลปะและการแสดงรักศิลป์
49.โรงเรียนภาษาสนุกลพบุรี
50.โรงเรียนบ้านเพลงการดนตรี
51.โรงเรียนภาษาเรียนสนุก
52.โรงเรียนสอนกอล์ฟ ธงชัยใจดี
53.โรงเรียนลดาคอมฯและภาษา
54.โรงเรียนเสริมสวยสุเทวี
                    (  ข้อมูล  10  มิถุนายน  2550  )          ดังนั้น  โรงเรียนที่ไม่มีรายชื่อจะถือว่าเป็น  “โรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” ตามระเบียบฯโรงเรียนที่ขอจัดตั้งถูกต้องตามกฏหมายจะต้องรายงานการดำเนินกิจการให้ สพท.ลบ.1ทราบทุกเดือน
และถ้าต้องการจะเปิดโรงเรียนกวดวิชาให้ถูกต้องจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนพร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้
1.แบบรายการประวัติย่อของผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนท้ายแบบ สช.1
2.เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน  หรือสัญญาเช่า
3.สำเนาทะเบียนบ้าน
4.หลักฐานแสดงความรู้
5.หลักฐานแสดงว่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิด
6.รูปถ่าย 1 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวก  จำนวน 3ใบ
7.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
8.หนังสือยินยอมของคู่สมรส
9.ระเบียบการของโรงเรียน
10.แผนผังโรงเรียน/ห้องเรียน
11.แผนการเรียน
12.โครงการ
13.ผู้รับรองข้าราชการตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ
โรงเรียนใดที่ไม่มีรายชื่อและประสงค์จะจัดตั้งให้ถูกต้องให้นำเอกสารทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วไปยื่นเรื่องขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชนตามมาตรา15(2)ได้ที่กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน